หมู่บ้านเบญจรงค์ ดอนไก่ดี หนึ่งในหมู่บ้านเบญจรงค์ของไทย ฝีมือดังไกลทั่วโลก
หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลดอนไก่ดี หมู่บ้านแห่งนี้เป็นชุมชนของชาวบ้านที่ได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากวิทยากรชาวไทย-จีนโบราณ ซึ่งทางโรงงานเสถียรภาพ หรือที่เรียกกันว่า โรงชามไก่ผู้ผลิตเครื่องเบญจรงค์เก่าแก่ของ จ.สมุทรสาคร เชิญมาสอนขั้นตอนการผลิต รวมไปถึงการเขียนลวดลายบนเครื่องถ้วยชาม ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 ทางโรงงานประสบภาวะขาดทุน จนเป็นเหตุให้ต้องปิดกิจการ กลุ่มลูกจ้างเดิมจึงตกอยู่ในภาวะว่างงาน ด้วยเหตุนี้ เพื่อความอยู่รอด ช่างเขียนลายเบญจรงค์จึงต้องรวมกลุ่มกัน โดยนำองค์ความรู้และทักษะการทำเครื่องเบญจรงค์มาประยุกต์ใช้ จากนั้นก็มีการพัฒนาให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ ภายใต้กลุ่มหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี จะมีรูปแบบลวดลายเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีการสี 5 สี และยังมีการใช้สีที่สวยงามยิ่งขึ้นอย่างเช่น ลายน้ำทอง มีสีทองช่วยเสริมความสวยงามและความโดดเด่นของลวดลาย ซึ่งลวดลายเหล่านี้นับว่ามีความสวยงามเป็นอย่างมาก ทำให้ในปี พ.ศ.2546 เครื่องเบญจรงค์ที่นี่ได้รับการคัดสรรเป็นสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (ได้รับรางวัลสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว) ที่มีมาตรฐานเป็นสากล ต่อมาในปี พ.ศ.2550 ทางหมู่บ้านก็ได้รับรางวัลชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยว และในปีต่อ ๆ มา ก็ได้รับรางวัลอื่นๆอีกมากมาย ทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่รับประกันถึงคุณภาพของเครื่องเบญจรงค์และหมู่บ้านแห่งนี้เป็นอย่างดี หากผู้ใดสนใจและชื่นชอบในงานศิลปะ รวมไปถึงอยากสัมผัสความเป็นไทยโบราณ การมายังหมู่บ้านแห่งนี้ นอกจากจะได้ชมเครื่องชามที่สวยงาม และขั้นตอนการทำอย่างละเอียดแล้ว ยังสามารถซื้อกลับไปตั้งไว้ที่บ้านเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย โดยราคาจะมีตั้งแต่หลักร้อย ไปถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว อีกทั้ง หากนักท่องเที่ยวคนไหนสนใจอยากสัมผัสวัฒนธรรมไทยแบบใกล้ชิด ที่นี่ก็มีโฮมสเตย์บ้านดอนไก่ดีไว้ให้บริการการทำนาเกลือ
บ้านชายทะเลรางจันทร์
กะปิเคยตาดำ
วัดนางสาว
สถานที่ท่องเที่ยว วัดนางสาว
ความเป็นมาของวัดมีเรื่องเล่ากันว่า เมืองสาครบุรี คือ เมืองชายทะเลตอนใต้ของกรุงศรีอยุธยา เมื่อเกิดสงครามในพม่าชาวไทยกลุ่มหนึ่งได้อพยพหนีมาตามริมแม่น้ำท่าจีน คนชราและผู้หญิงได้พากันไปหลบซ่อนในโบสถ์เก่า ต่อมาคนไทยได้ช่วยกันต่อสู้กับทหารพม่าจนได้รับชัยชนะ และผู้ที่อพยพมาได้ตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนั้น ในกลุ่มนี้มีสองพี่น้องที่เคยอาศัยโบสถ์หลบหนีภัย ทั้งสองมีความคิดที่จะบูรณะโบสถ์ใหม่ แต่พี่สาวเห็นว่าโบสถ์ทรุดโทรมมากจึงไปสร้างวัดใหม่แทน น้องสาวต้องการทำตามสัจจาธิษฐานของตนว่าถ้ารอดตายจะบูรณะซ่อมแซมโบสถ์ จึงดำเนินการบูรณะจนเสร็จและตั้งชื่อว่า วัดพรหมจารีย์ ต่อมาชาวบ้านเรียกว่า วัดน้องสาว จนปัจจุบันเพี้ยนมาเป็น วัดนางสาว
วัดนางสาว ตั้งอยู่ ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร มีเนื้อที่ทั้งหมด 87 ไร่เศษ ปี 2513 ได้รับยกย่องจากกรมศาสนา ให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง และเมื่อปี 2537 ได้รับรางวัลอีกครั้งพร้อมทั้งรับประกาศณียบัตร วัดพัฒนาดีเด่น วัดนางสาวมีการบูรณะก่อสร้างเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว และปัจจุบันทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังจัดให้วัดนางสาวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในกลุ่ม UNSEEN THAILAND และลงเผยแพร่ในดวงตราไปรษณียากรด้วย วัดนางสาวนั้นเดิมเป็นวัดร้างเก่าแก่มาก จนไม่อาจทราบประวัติความเป็นมาที่แท้แน่นอนได้ว่าถูกสร้างขึ้นในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาซึ่งน่าจะมีอายุมากกว่า 400 ปี และเหตุที่ตั้งชื่อวัดนางสาวนั้นก็มีที่มานะครับ เราไปย้อนอดีตที่มาของวัดกันหน่อยดีกว่าว่าเป็นมากันยังไง
แหล่งที่มาข้อมูล : สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสาคร.
นำเสนอ เรียบเรียง : อารีย์ เยกิจ
ประเพณีรำผีมอญ
พิธีรำผีมอญ เรียกว่า เหรก กะนา แปลว่ารำแล้วนำสิ่งชั่วร้ายหรือโรคภัยไข้เจ็บไปให้สิ้นหรือเป็นพิธีการเลี้ยงผีแบบ กินทั้งยืน (เจียะละคะตาว) หมายถึง การถวายอาหารพร้อมด้วยการร่ายรำ
แหล่งข้อมูล : หนังสืออัตลักษณ์ของชาวรามัญตามแนวพระพุทธศาสนาในจังหวัดสมุทรสาคร โดยพระครูสาครพัฒนกิจ ดร. (เจ้าอาวาสวัดน่วมกานนท์)
ภาพจาก : https://www.sac.or.th นำเสนอ เรียบเรียง : นางสาวสรภัค อ่วมเกตุ
วัดน่วมกานนท์
วัดบางตะคอย
การทำน้ำพริกปลาสลิด
การแปรรูปฟ้าทะลายโจร
ต้นพันธุ์ฟ้าทะลายโจรกำลังเจริญเติบโตเต็มที่นั้นประชาชนในพื้นที่ตำบลชัยมงคลเกิดผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างรวดเร็ว และได้มีประชาชนในพื้นที่และต่างพื้นที่ ที่ทราบข่าวว่าทางศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลชัยมงคลมีต้นฟ้าทะลายโจรแจกฟรี ก็มีประชาชนทั้งชาวไทยและต่างด้าวมาขอต้นฟ้าทะลายโจรเป็นอย่างมาก
ศาลพันท้ายนรสิงห์
พันท้ายนรสิงห์ เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองวิเศษชัยชาญ (ปัจจุบันคือ ตำบลนรสิงห์ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง) รับราชการเป็นนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกชัย อยู่ในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดี และรักษาระเบียบวินัยยิ่งชีวิต สมควรเป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังต่อไปเรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์
สะพานแดง
จุดชมวิวปลาโลมา หรือสะพานแดง ตั้งอยู่ที่ หมู่ 8 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ เป็นจุดชมวิวบรรยากาศริมชายฝั่งทะเล และชมพระอาทิตย์ตก ชมป่าชายเลนและไม้ไผ่ชะลอคลื่น พิเศษโดยเฉพาะช่วงเดือน พฤศจิกายน-มกราคม จะพัดลมหนาวเข้าสู่อ่าวไทย สายลม และน้ำเค็ม ได้พัดพาเอาฝูงปลาโลมาเข้ามาเป็นจำนวนมาก เป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ได้พบเห็น
รูปภาพ : นางสาววลิดา ดีสมบูรณ์
นำเสนอ เรียบเรียง : นางสาววลิดา ดีสมบูรณ์
งานนมัสการปิดทองหลวงพ่อปู่กรับ วัดโกรกกราก
แหล่งข้อมูล รูปภาพ : sakhononline
นำเสนอ เรียบเรียง : นายมานพ คล้ายเพชร
หอยพิมตากแห้ง
หอยพิม กินอาหารจำพวกแพลงก์ตอนที่ล่องลอยอยู่ใกล้ผิวหน้าดิน โดยการกรอง หอยพิมขนาดใหญ่อ้วนสมบูรณ์ จะพบมากในช่วงเดือนธันวาคม -มีนาคม การจับหอยพิมใช้วิธีดำน้ำลงไปก็บด้วยมือ นับว่าหอยพิมเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสาคร
แหล่งข้อมูลและรูปภาพ : http://www.mahachaicabletv.com/
นำเสนอ เรียบเรียง : นายมานพ คล้ายเพชร
ตลาดสดมหาชัย
แห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร มีชื่อเดิมที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า "ศาลเทพเจ้าจอมเมือง ตั้งอยู่บริเวณต้นศรีมหาโพธิ์ ด้านหลังที่ว่าการอำเภอเมืองหลังเก่า ภายในบริเวณป้อมวิเชียรโชฎก ในปัจจุบันศาลเจ้าหลังดังกล่าวไม่ปรากฏร่องรอยเหลืออยู่แล้วจึงได้มีการสร้างศาลหลังปัจจุบันขึ้น แล้วเสร็จเมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๓๐ เป็นอาคารเก๋งจีน ที่มีความสวยงามกว่าหลังเดิม พร้อมตกแต่งอาคารทั้งภายในและภายนอกอาคารด้วยศิลปะแบบจีน อยู่บริเวณริมเขื่อน ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร
แหล่งข้อมูลและรูปภาพ : https://thainews.prd.go.th (กรมประชาสัมพันธ์)
นำเสนอ เรียบเรียง : พรรณภร จันทิพย์วงษ์
วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร
วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร ตั้งอยู่ริมคลองดำเนินสะดวก อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร มีหลวงพ่อโตวัดหลักสี่เป็นพระพุทธรูปโบราณสมัยอู่ทองเนื้อหินทรายแดงฉาบปูน ปางมารวิชัย มีพระพักตร์เอิบอิ่มยิ้มละไมหน้าตักกว้าง 81 นิ้ว สูง 99 นิ้ว (เป็นที่อัศจรรย์ถึงสัดส่วนของหลวงพ่อโตที่ช่างสมัยโบราณได้กำหนดไว้ล้วนเป็นเลขมงคลทั้งสิ้น
ข้อมูล รูปภาพ : วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร
นำเสนอ เรียบเรียงข้อมูล
ตักบาตรดอกไม้ชาวไทยเชื้อสายรามัญ-มอญ
ประเพณีตักบาตรดอกไม้เป็นพิธีกรรมทางพุทธศาสนาอย่างหนึ่งของชาวไทยเชื้อสายรามัญ (มอญ) เป็นประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่โบราณ เป็นการปฏิบัติและแสดงความคารวะนอบน้อม อีกทั้งขอขมาลาโทษ หากมีเหตุอันใดพลาดพลั้งไป ซึ่งเป็นการกระทำล่วงเกินต่อพระพุทธศาสนา และพระภิกษุสงฆ์ ขอให้อานิสงส์แห่งการถวายดอกไม้จึงมีขึ้น เมื่อพระภิกษุได้รับบิณฑบาตแล้ว และได้นำไปบูชาพระพุทธและปูชนียสถานในวัดต่อไป อ่านเพิ่มเติม
การปลูกมะพร้าวน้ำหอม
ต้น ลำต้นตั้งตรง แข็งแรง อวบ ปล้องถี่ อ่านเพิ่มเติม
สงกรานต์ชาวไทยเชื้อสายรามัญ
งานประเพณีสงกรานต์ชาวไทยเชื้อสายรามัญตำบลเจ็ดริ้วขึ้นที่วัดเจ็ดริ้ว เทศกาลงานสงกรานต์มอญที่วัดเจ็ดริ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร จัดงานระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน ที่สำคัญคือมีการแห่หลวงพ่อดำ ซึ่งเป็นพระประธานของวัดเจ็ดริ้ว พร้อมทั้งอัญเชิญรูปเหมือนหลวงปู่จ้อน อดีตเจ้าอาวาสร่วมขบวนแห่ เพื่อให้ชาวเจ็ดริ้วได้สรงน้ำและทำบุญ โดยริเริ่มครั้งแรกเมื่อ 5 ปีก่อน อ่านเพิ่มเติม























